Let’s play safe
Call Today : 083-534-4555, 02-006-8887
Room 314 , 246 Sukhumvit Rd, Khwaeng Khlong Toei, Bangkok
Open Hours
Open every day . 12:00 pm - 09:00 pm (Last Case 08.30 pm)

ตรวจ NAT HIV แม่นยำ รู้ผลไว ไม่ต้องรอ 2025

ในยุคที่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เทคโนโลยีการตรวจที่แม่นยำและรวดเร็วอย่าง NAT Test (Nucleic Acid Test) จึงได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในการตรวจหาเชื้อ HIV ที่ต้องการความมั่นใจสูงและผลตรวจที่รวดเร็ว

NAT Test เป็นการตรวจระดับพันธุกรรมของไวรัส ทำให้สามารถตรวจพบเชื้อได้เร็วกว่าวิธีทั่วไปหลายวัน เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งมีความเสี่ยงหรือไม่ต้องการรอผลตรวจนาน ช่วยให้เข้ารับการดูแลรักษาได้ทันท่วงทีและลดการแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการของ NAT Test ไปจนถึงขั้นตอนตรวจจริง ข้อแตกต่างจากการตรวจแบบอื่น และคำแนะนำจากแพทย์ว่าควรเลือกตรวจเมื่อไหร่ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกขั้นตอน

ตรวจ NAT คืออะไร ต่างจากการตรวจทั่วไปยังไง

NAT Test หรือ Nucleic Acid Test คือการตรวจหาเชื้อด้วยเทคนิคทางพันธุกรรมที่สามารถตรวจจับสารพันธุกรรมของไวรัส (RNA หรือ DNA) ได้โดยตรงในตัวอย่างเลือด ซึ่งต่างจากการตรวจทั่วไปที่มักตรวจโปรตีนหรือแอนติบอดีหลังจากร่างกายสร้างขึ้นมาแล้ว

เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ตรวจพบเชื้อได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก่อนที่ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกัน ทำให้ทราบผลได้เร็วกว่าแบบ Rapid หรือ Antibody Test หลายวัน โดยเฉพาะในโรคติดเชื้ออย่าง HIV หรือไวรัสตับอักเสบบีและซี

ปัจจุบัน NAT Test เป็นมาตรฐานที่ใช้ในห้องแล็บและคลินิกชั้นนำทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย เพื่อช่วยให้การตรวจแม่นยำ ปลอดภัย และลดระยะเวลารอผลตรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

NAT Test ตรวจหาเชื้ออะไรได้บ้าง

การตรวจ NAT Test สามารถตรวจหาเชื้อไวรัสที่มีสารพันธุกรรม RNA หรือ DNA ได้โดยตรงจากเลือด จึงเหมาะสำหรับการตรวจโรคติดเชื้อที่ต้องการผลแม่นยำและรวดเร็วในระยะเริ่มต้น

โรคที่มักใช้ตรวจด้วยวิธี NAT ได้แก่ HIV, ไวรัสตับอักเสบบี (HBV), ไวรัสตับอักเสบซี (HCV) และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด เช่น ซิฟิลิส หรือ หนองใน ที่อยู่ในขั้นตอนตรวจเชื้อระดับพันธุกรรม

นอกจากนี้ NAT ยังเป็นมาตรฐานในการคัดกรองเลือดในธนาคารเลือดและคลินิก เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจากผู้บริจาคสู่ผู้รับ ด้วยเหตุนี้จึงถือเป็นหนึ่งในวิธีตรวจที่มีความสำคัญและเชื่อถือได้ในทางการแพทย์ปัจจุบัน

ตรวจ NAT HIV ทำงานอย่างไร

การตรวจ NAT HIV ทำงานโดยการตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัส (RNA) โดยตรงจากเลือด ด้วยเทคโนโลยีทางห้องปฏิบัติการที่เรียกว่า Nucleic Acid Amplification ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการตรวจแบบ PCR

เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย NAT จะสามารถตรวจพบเชื้อได้แม้ในช่วงระยะฟักตัวที่ร่างกายยังไม่สร้างแอนติบอดี ทำให้รู้ผลได้เร็วกว่าการตรวจแบบ Antibody หรือ Antigen Test หลายวัน

ขั้นตอนเริ่มจากเก็บตัวอย่างเลือดเล็กน้อย นำไปสกัดสารพันธุกรรมไวรัส แล้วใช้เครื่องตรวจเฉพาะทางขยายและวิเคราะห์ผล การตรวจนี้มีความแม่นยำสูงและลดโอกาสผลคลาดเคลื่อนได้มากกว่าวิธีทั่วไป

NAT Test แม่นยำแค่ไหน เทียบกับ Rapid / Antibody Test

การตรวจ NAT Test มีความแม่นยำสูง เพราะตรวจหาเชื้อจากสารพันธุกรรมของไวรัสโดยตรง จึงสามารถตรวจพบเชื้อได้ตั้งแต่ช่วงต้นสุดของการติดเชื้อ ซึ่งต่างจากการตรวจแบบ Rapid Test หรือ Antibody Test ที่ต้องรอให้ร่างกายสร้างแอนติเจนหรือแอนติบอดีขึ้นมาก่อน

โดยทั่วไป NAT สามารถตรวจพบเชื้อ HIV ได้ภายใน 10 วันหลังเสี่ยง ขณะที่ Rapid หรือ Antibody Test มักต้องใช้เวลาประมาณ 14–28 วันขึ้นไป ผลลัพธ์จึงเร็วกว่าและช่วยลดความไม่แน่นอนในช่วงรอผลได้มาก

อย่างไรก็ตาม ความแม่นยำของ NAT ขึ้นอยู่กับคุณภาพเครื่องมือและการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ จึงควรเลือกตรวจในคลินิกหรือห้องแล็บที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผลตรวจมีความน่าเชื่อถือที่สุด

ตรวจ NAT ควรตรวจเมื่อไหร่

โดยทั่วไป การตรวจ NAT HIV เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อภายในระยะเวลาไม่นาน เช่น หลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือหลังได้รับเลือดโดยไม่แน่ใจความปลอดภัยของผู้บริจาค

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจคือ ประมาณ 10 วันหลังเหตุการณ์เสี่ยง เพราะ NAT สามารถตรวจพบเชื้อได้เร็วกว่าการตรวจแบบ Rapid หรือ Antibody Test ที่ต้องรอให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันก่อน

หากตรวจเร็วเกินไปอาจยังไม่พบเชื้อ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดเวลาตรวจซ้ำที่เหมาะสม โดยเฉพาะในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีพฤติกรรมที่ต้องติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

ตรวจ NAT ใช้เวลานานไหม รู้ผลกี่ชั่วโมง

การตรวจ NAT HIV ใช้เวลาประมาณ ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เก็บตัวอย่างเลือดจนถึงทราบผล เนื่องจากเป็นการตรวจทางห้องแล็บที่ต้องผ่านขั้นตอนการสกัดและขยายสารพันธุกรรมของไวรัสก่อนวิเคราะห์ผล

ในบางคลินิกหรือศูนย์ตรวจที่มีห้องแล็บภายใน อาจสามารถรายงานผลได้ภายในวันเดียว ช่วยให้ผู้ตรวจทราบสถานะสุขภาพได้เร็วและวางแผนดูแลตนเองได้ทันเวลา

ระยะเวลาที่แน่นอนอาจแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับระบบแล็บและปริมาณตัวอย่างในแต่ละวัน หากต้องการผลด่วน ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินเวลาที่เหมาะสมที่สุด

ตรวจ NAT ราคาเท่าไร

การตรวจ NAT HIV (หรือ PCR Test) ที่ Safe Clinic มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ ประมาณ 3,500 บาท ต่อครั้ง รวมการเก็บตัวอย่างเลือดและการตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือมาตรฐานห้องแล็บทางการแพทย์

ราคานี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจหาเชื้อ HIV ในระยะเริ่มต้น ซึ่ง NAT สามารถตรวจพบเชื้อได้เร็วกว่าวิธีทั่วไป นอกจากนี้ยังมีบริการตรวจไวรัสตับอักเสบและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ที่สามารถตรวจควบคู่ได้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

หากต้องการทราบราคาหรือแพ็กเกจเพิ่มเติม เช่น การตรวจสุขภาพพื้นฐานหรือชุดตรวจ STD แบบครบวงจร สามารถสอบถามกับเจ้าหน้าที่ Safe Clinic เพื่อรับคำแนะนำจากทีมแพทย์ได้โดยตรง

ใครบ้างที่เหมาะกับการตรวจ NAT HIV

การตรวจ NAT HIV เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่วงที่ผ่านมาไม่นาน หรือผู้ที่ต้องการรู้ผลอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน เช่น ผู้ที่เพิ่งมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือผู้ที่สงสัยว่าอาจได้รับเลือดจากแหล่งที่ไม่แน่ใจความปลอดภัย

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มที่ต้องการตรวจหลังเสี่ยงในเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ เช่น คู่รักที่วางแผนมีบุตร ผู้บริจาคเลือด ผู้ที่ใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น หรือผู้ที่อยู่ในระยะฟักตัวของเชื้อ HIV ซึ่งวิธีตรวจทั่วไปยังไม่สามารถตรวจพบได้

นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยืนยันผลซ้ำจากการตรวจ Rapid Test เพื่อความมั่นใจทางการแพทย์ โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำหรืออยู่ในกลุ่มที่ต้องตรวจติดตามสุขภาพเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์

ขั้นตอนการตรวจ NAT HIV ที่ Safe Clinic

การตรวจ NAT HIV ที่ Safe Clinic ดำเนินการโดยทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ห้องแล็บที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานทางการแพทย์

  1. ซักประวัติและประเมินความเสี่ยง แพทย์จะสอบถามข้อมูลสุขภาพ ประวัติการมีเพศสัมพันธ์ หรือปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของการตรวจ และแนะนำเวลาตรวจที่ให้ผลแม่นยำที่สุด
  2. เก็บตัวอย่างเลือด เจ้าหน้าที่จะเก็บเลือดในปริมาณเล็กน้อย โดยใช้เครื่องมือปลอดเชื้อในห้องตรวจเฉพาะทาง กระบวนการใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีและไม่จำเป็นต้องงดอาหารก่อนตรวจ
  3. วิเคราะห์ผลในห้องแล็บ ตัวอย่างเลือดจะถูกส่งตรวจในห้องแล็บมาตรฐาน ซึ่งใช้เทคโนโลยี NAT ในการขยายและตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัส ผลจะถูกตรวจสอบโดยแพทย์ก่อนแจ้งให้ผู้รับบริการทราบภายในวันเดียว*

*ระยะเวลารายงานผลอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามช่วงเวลาตรวจและปริมาณตัวอย่าง

สรุป

NAT Test เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจหาเชื้อไวรัสในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงภายในไม่กี่วันหรือสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะสามารถตรวจพบเชื้อได้เร็วกว่าวิธีทั่วไปหลายวัน

หากต้องการทราบผลเร็วหลังเสี่ยง หรืออยู่ในช่วงที่ต้องยืนยันผลซ้ำจากการตรวจแบบอื่น การเลือกตรวจ NAT ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในเชิงการแพทย์

สำหรับผู้ที่ไม่มีความเสี่ยงชัดเจน หรืออยู่ในระยะเวลานานกว่า 1 เดือนหลังเหตุการณ์เสี่ยง อาจพิจารณาการตรวจ Rapid หรือ Antibody Test แทน เพื่อยืนยันผลร่วมกันภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

FAQ: คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ NAT HIV

ตรวจ NAT HIV เจ็บไหม?

ไม่เจ็บมากครับ เพราะใช้การเจาะเลือดปริมาณน้อย คล้ายการตรวจเลือดทั่วไป ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และไม่มีผลข้างเคียงหลังตรวจ

ตรวจ NAT ต้องงดอาหารไหม?

ไม่จำเป็นต้องงดอาหารก่อนตรวจ เนื่องจากการตรวจ NAT วิเคราะห์สารพันธุกรรมของไวรัสจากเลือดโดยตรง ไม่เกี่ยวข้องกับระดับน้ำตาลหรือไขมันในเลือด

ตรวจ NAT หลังเสี่ยงกี่วันถึงตรวจเจอเชื้อ?

โดยทั่วไปสามารถตรวจพบเชื้อได้ตั้งแต่ 10 วันหลังเหตุการณ์เสี่ยง ซึ่งเร็วกว่าการตรวจแบบ Rapid หรือ Antibody Test ที่ต้องรอให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันก่อน

ผลตรวจ NAT รอผลนานไหม?

ใช้เวลาประมาณ ภายใน 24 ชั่วโมง หลังเก็บตัวอย่างเลือด โดยผลจะถูกตรวจสอบและรายงานโดยแพทย์ก่อนแจ้งให้ผู้รับบริการทราบ

ถ้าผล NAT เป็นลบ ต้องตรวจซ้ำไหม?

หากตรวจในช่วง 10 วันหลังเสี่ยง ผลลบมักมีความแม่นยำสูง แต่แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจซ้ำหลังเหตุการณ์เสี่ยง ภายใน 1 เดือน เพื่อยืนยันผลอีกครั้งตามมาตรฐานการแพทย์

รายการอ้างอิง

  1. Cleveland Clinic — “HIV Testing: Types, How Often, What To Expect & Results
  2. Centers for Disease Control and Prevention (CDC) — “HIV Testing Overview
  3. Centers for Disease Control and Prevention (CDC) — “Getting Tested for HIV
  4. Thai AIDS Society — “แนวทางเวชปฏิบัติ HIV/AIDS ประเทศไทย ปี 2564/2565”
  5. FDA — “Nucleic Acid Testing (NAT) for HIV-1 and HCV: Testing, Product Disposition, and Donor Deferral
icon email