Let’s play safe
Call Today : 083-534-4555, 02-006-8887
Room 314 , 246 Sukhumvit Rd, Khwaeng Khlong Toei, Bangkok
Open Hours
Open every day . 12:00 pm - 09:00 pm (Last Case 08.30 pm)

ยา PrEP คืออะไร ราคา ซื้อที่ไหน วิธีใช้ ปลอยภัยไหม ป้องกัน HIV และเอดส์

ยา PrEP คืออะไร ราคา ซื้อที่ไหน วิธีใช้ ปลอยภัยไหม ป้องกัน HIV และเอดส์

ในยุคที่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง “PrEP” หรือ “ยาเพร็พ” ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ HIV สำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์หรือพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่สามารถใช้ถุงยางอนามัยได้อย่างสม่ำเสมอ

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับยา PrEP ตั้งแต่หลักการทำงาน วิธีใช้ ประเภทของยา ไปจนถึงประสิทธิภาพ ราคา สิทธิการเข้าถึง และข้อควรรู้ต่าง ๆ ที่ควรพิจารณาก่อนเริ่มใช้ เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจภายใต้ข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน แสดง

ยา PrEP คืออะไร

ยา PrEP คืออะไร

ยา PrEP หรือ ยาเพร็พ ย่อมาจากคำว่า Pre-Exposure Prophylaxis คือ ยาต้านไวรัส HIV ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ใน ผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ แต่มีพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ HIV เช่น การเปลี่ยนคู่นอนบ่อย การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักโดยไม่ป้องกัน หรือการใช้สารเสพติดชนิดฉีดร่วมกัน

จุดประสงค์หลักของ PrEP

จุดประสงค์ของยา PrEP คือเพื่อ ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV ก่อนที่จะเกิดการสัมผัสเชื้อ โดย PrEP ไม่ใช่วัคซีน แต่เป็นยาที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ HIV ไม่ให้เพิ่มจำนวนหรือเกาะเซลล์เม็ดเลือดขาวหากเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

ไม่ควรใช้ PrEP โดยไม่ปรึกษาแพทย์

เนื่องจาก PrEP เป็นยาต้านไวรัสที่มีข้อบ่งใช้เฉพาะในผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ HIV การเริ่มใช้ยานี้ จำเป็นต้องได้รับการตรวจสุขภาพและตรวจหาเชื้อ HIV ก่อนเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเชื้ออยู่ในร่างกาย และสามารถใช้ PrEP ได้อย่างปลอดภัย
PrEP ทำงานอย่างไรในร่างกาย

ยา PrEP ทำงานอย่างไรในร่างกาย

ยา PrEP ทำงานโดย ยับยั้งกระบวนการเพิ่มจำนวนของเชื้อ HIV ในร่างกาย หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด ยาจะช่วยลดโอกาสที่เชื้อจะสามารถเกาะและแพร่กระจายเข้าสู่ เซลล์ CD4 ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน

ป้องกันเชื้อ HIV ได้ตั้งแต่ก่อนเชื้อจะมีโอกาสแพร่กระจาย

การที่ PrEP ออกฤทธิ์ก่อนเชื้อ HIV จะเข้าสู่เซลล์เป้าหมายได้ ถือเป็นการ ป้องกันเชิงรุก ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงและได้รับยาอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง

ต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์สูงสุด

ประสิทธิภาพของ PrEP จะขึ้นอยู่กับ ความสม่ำเสมอในการรับประทานยา หากหยุดใช้หรือรับประทานไม่ต่อเนื่อง ระดับยาในกระแสเลือดอาจไม่เพียงพอในการป้องกันเชื้อ HIV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำไมต้องกินยา PrEP? ใครบ้างที่ควรเริ่มใช้

ทำไมต้องกินยา PrEP? ใครบ้างที่ควรเริ่มใช้

เหตุผลที่ควรเริ่มใช้ PrEP

แม้ว่าการใช้ถุงยางอนามัยจะยังคงเป็นวิธีป้องกันที่สำคัญ การใช้ยา PrEP เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่สามารถป้องกันได้อย่างสม่ำเสมอ หรือมีพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ยา PrEP ช่วยเพิ่มการป้องกันในระดับบุคคล และเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในระดับสังคม

จากรายงานในปี พ.ศ. 2561 พบว่าประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ HIV ที่ยังมีชีวิตอยู่จำนวนกว่า 77,000 ราย และยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี การมีทางเลือกในการป้องกันเช่น PrEP จึงมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาด

กลุ่มคนที่เหมาะสมกับการใช้ PrEP

ยา PrEP เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ HIV แต่มีไลฟ์สไตล์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น:

  • มีคู่นอนหลายคน หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
  • มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย
  • มีคู่นอนที่ทราบว่าติดเชื้อ HIV อยู่แล้ว
  • ใช้สารเสพติดชนิดฉีด และมีการใช้เข็มร่วมกัน
  • มีปาร์ตี้หรือพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยงสูง
  • หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์แต่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV

ผู้ที่มีพฤติกรรมข้างต้นควรเข้ารับการตรวจสุขภาพ และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเริ่มใช้ยา PrEP

ยา PrEP ป้องกัน HIV ได้กี่เปอร์เซ็นต์

ยา PrEP ป้องกัน HIV ได้กี่เปอร์เซ็นต์

ประสิทธิภาพของ PrEP จากการศึกษาทางการแพทย์

จากการศึกษาทางคลินิกหลายฉบับพบว่า การใช้ยา PrEP อย่าง ถูกต้องและสม่ำเสมอ สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV ได้อย่างมีนัยสำคัญ:

  • ลดความเสี่ยงจาก การมีเพศสัมพันธ์ ได้มากกว่า 99%
  • ลดความเสี่ยงจาก การใช้สารเสพติดแบบฉีด ได้ประมาณ 70%

โดยเฉพาะในกลุ่มที่รับประทานยา PrEP ต่อเนื่องทุกวัน ไปอย่างน้อย 7 วันก่อนการมีความเสี่ยง จะมีระดับยาในร่างกายที่เพียงพอสำหรับการป้องกัน

PrEP ไม่สามารถป้องกันได้ 100%

แม้ PrEP จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ยัง ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้ถึง 100% และไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น ซิฟิลิส หนองในแท้ หรือเริม ดังนั้นจึงยังแนะนำให้ใช้ ถุงยางอนามัยร่วมด้วยเสมอ

ประเภทของยา PrEP มีอะไรบ้าง

รูปแบบของยา PrEP ที่ใช้ในปัจจุบัน

ยา PrEP มีให้เลือก 2 ประเภทหลัก เพื่อให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมความเสี่ยงของผู้ใช้งานแต่ละคน ได้แก่ ยาเม็ดแบบรับประทาน และ ยาฉีดแบบระยะยาว

1. ยาเม็ดแบบรับประทาน (Oral PrEP)

แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบการใช้งาน ได้แก่

Daily PrEP (แบบรับประทานทุกวัน)

  • รับประทานยา PrEP เป็นประจำทุกวัน ก่อนมีเพศสัมพันธ์ล่วงหน้า 7 วัน และกินต่อเนื่องทุกวัน จนกว่าจะหยุดมีเพศสัมพันธ์ และต้องกินต่อเนื่องอีก 7 วันหลังจากเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย
  • รับประทานยา PrEP เป็นประจำทุกวัน
  • ช่วยให้ระดับยาในเลือดและเนื้อเยื่อ คงที่ตลอดเวลา
  • เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อเนื่อง เช่น มีเพศสัมพันธ์บ่อย หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย

ข้อดี:

  • ป้องกันได้สูงสุดถึง 99% หากใช้อย่างถูกต้อง

ข้อควรระวัง:

  • ต้องรับประทานยา ในเวลาเดียวกันทุกวัน เพื่อรักษาระดับยาให้สม่ำเสมอ

On-Demand PrEP (แบบรับประทานเฉพาะช่วงเสี่ยง)

  • ในกรณีมีเพศสัมพันธ์ครั้งเดียวให้รับประทาน 2 เม็ด ในช่วงเวลา 2–24 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ เม็ดที่ 2 และเม็ดที่ 3 รับประทานต่อจากครั้งแรก เวลาเดียวกันวันละ 1 เม็ดอีดสองวัน
  • กรณีที่มีเพศสัมพันธ์ต่อเนื่อง ให้รับประทาน 2–24 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก 2 เม็ด และทานต่อไปครั้งละ 1 เม็ดทุก 24 ชั่วโมง และ รับประทานจนกว่าจะมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย แล้วกินต่อเนื่องอีก 2 วัน
  • ในกรณีที่กิน 2 เม็ดแรกแล้วไม่มีเพศสัมพันธ์สามารถหยุดยาไม่ต้องกินต่อเนื่องในวันต่อๆไปได้
  • การรับประทาน On Demand PrEP อาจทำให้เกิดการสับสนในวิธีการได้ง่าย แนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อปรึกษาก่อนการเริ่มยาเพื่อความปลอดภัย

ข้อดี:

  • เหมาะกับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ไม่บ่อย และสามารถวางแผนล่วงหน้าได้

ข้อห้าม:

  • ใช้ได้กับผู้มีเพศกำเนิดเป็นชายเท่านั้น

2. ยาฉีดแบบระยะยาว (Long-Acting Injectable PrEP)

  • เป็นการฉีดยา Cabotegravir ทุก 2 เดือน
  • ต้องรับการฉีดโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์

ข้อดี:

  • ลดความยุ่งยากจากการลืมกินยา
  • มีประสิทธิภาพ เทียบเท่ากับถึงดีกว่า PrEP แบบเม็ด

ข้อควรระวัง:

  • อาจมีอาการ บวม แดง หรือระคายเคืองบริเวณที่ฉีด
  • ต้องเข้ารับบริการตามนัด ทุก 2 เดือน

วิธีการใช้ยา PrEP ให้ได้ผลสูงสุดและปลอดภัย

1. ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มใช้ยา

ก่อนจะเริ่มใช้ยา PrEP ผู้ใช้จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพโดยแพทย์ ซึ่งจะประกอบด้วย:

  • การตรวจหาเชื้อ HIV เพื่อยืนยันว่าไม่มีการติดเชื้ออยู่แล้ว
  • การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) อื่น ๆ
  • การตรวจการทำงานของไต

แพทย์จะประเมินความเหมาะสมในการใช้ PrEP และวางแผนการรักษาให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้

2. รับประทานยาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการใช้แบบ Daily PrEP ผู้ใช้ควร:

  • รับประทานยาทุกวัน ในเวลาเดียวเคียงกัน
  • หลีกเลี่ยงการลืมหรือขาดยา เพื่อให้ระดับยาในกระแสเลือดมีประสิทธิภาพในการป้องกัน

สำหรับผู้ที่ใช้แบบ On-Demand PrEP ต้องปฏิบัติตามสูตร 2+1+1 อย่างเคร่งครัด และวางแผนล่วงหน้าก่อนการมีเพศสัมพันธ์

3. เข้ารับการตรวจติดตามผลทุก 3 เดือน

ผู้ใช้ PrEP ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพกับแพทย์ ทุก 3 เดือน เพื่อติดตาม:

  • ผลการตรวจ HIV ซ้ำ
  • การทำงานของตับและไต
  • อาการข้างเคียงหรือผลกระทบจากยา (ถ้ามี)

การติดตามผลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้สามารถใช้ยา PrEP ได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง

ก่อนเริ่ม PrEP ต้องตรวจอะไรบ้าง

ก่อนเริ่ม PrEP ต้องตรวจอะไรบ้าง

การใช้ PrEP ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

การใช้ยา PrEP ไม่สามารถซื้อใช้เองได้ ต้องผ่านการประเมินและจ่ายยาโดยแพทย์ เพราะ PrEP เหมาะสำหรับผู้ที่ มีผลตรวจ HIV เป็นลบเท่านั้น

ขั้นตอนการตรวจเบื้องต้นก่อนเริ่มยา PrEP

ก่อนแพทย์จะสั่งจ่าย PrEP จำเป็นต้องมีการตรวจสุขภาพ ดังนี้:

1. ตรวจหาเชื้อ HIV

  • เพื่อตรวจยืนยันว่าผู้ใช้ ยังไม่ติดเชื้อ HIV
  • หากผลเป็นบวก ไม่สามารถใช้ PrEP ได้ ต้องเปลี่ยนเป็นแนวทางการรักษา HIV แทน

2. ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ

  • เช่น หนองใน ซิฟิลิส เริม หรือไวรัสตับอักเสบ
  • เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโรคแทรกซ้อนที่อาจมีผลต่อการใช้ยา

3. ตรวจการทำงานของไตและตับ

  • PrEP เป็นยาที่อาจส่งผลต่อการทำงานของไตในบางราย แพทย์จึงต้องประเมินค่าการทำงานของไต (eGFR) และการทำงานของตับก่อนเริ่มใช้

การจ่ายยาครั้งแรกและการติดตาม

  • แพทย์จะจ่ายยา PrEP ให้สำหรับการใช้ไม่เกิน 3 เดือน ต่อครั้ง
  • ก่อนรับยาเพิ่มทุกครั้ง ผู้ใช้ต้องกลับมาตรวจเลือดใหม่เพื่อประเมินสุขภาพ และยืนยันผล HIV เป็นลบอยู่เสมอ

ผลข้างเคียงของยา PrEP มีอะไรบ้าง

ยา PrEP มีความปลอดภัยสูงเมื่อใช้ภายใต้คำแนะนำแพทย์

โดยทั่วไป PrEP ถือเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง หากใช้ตามคำแนะนำของแพทย์และตรวจติดตามสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของการเริ่มยา ผู้ใช้บางรายอาจพบอาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อย ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายในไม่กี่วัน

อาการข้างเคียงที่พบบ่อยในช่วงเริ่มต้น

  • คลื่นไส้
  • เวียนศีรษะ
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดหัวเล็กน้อย
  • ท้องอืดหรือแน่นท้อง

อาการเหล่านี้มักเกิดใน ช่วงสัปดาห์แรกของการเริ่มยา และจะดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้

อาการที่ควรพบแพทย์ทันที

แม้จะพบได้น้อย แต่หากมีอาการต่อไปนี้ควรรีบปรึกษาแพทย์:

  • ปัสสาวะผิดปกติ (เช่น ขัด, บ่อย, มีฟองมาก)
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • ปวดท้องด้านขวาบน
  • อ่อนเพลียผิดปกติหรือมีผื่นแพ้

การติดตามผลเพื่อความปลอดภัย

แพทย์จะติดตามผลการทำงานของ ไตและตับ อย่างต่อเนื่องในระหว่างการใช้ PrEP หากพบว่าค่าการทำงานของอวัยวะเหล่านี้ผิดปกติ อาจมีการปรับแนวทางการรักษาหรือหยุดใช้ยา

ต้องกินยา PrEP นานแค่ไหน?

ระยะเวลาเริ่มต้นที่แนะนำ

หากใช้ยา PrEP แบบ Daily PrEP (รับประทานทุกวัน) แนะนำให้เริ่มรับประทาน ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนที่จะมีความเสี่ยง เพื่อให้ระดับยาในกระแสเลือดสูงพอสำหรับการป้องกันเชื้อ HIV อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่ใช้แบบ On-Demand PrEP สามารถเริ่มรับประทานก่อนความเสี่ยงตามสูตร 2+1+1 ได้โดยไม่ต้องสะสมยา 7 วันล่วงหน้า

ต้องกิน PrEP ไปตลอดชีวิตหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องใช้ยา PrEP ตลอดชีวิต ผู้ใช้สามารถ หยุดยาได้หากไม่มีความเสี่ยง เช่น อยู่ในความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย หรือหยุดพฤติกรรมเสี่ยงไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหยุดยา ควร:

  • ปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • หยุดยา หลังจากไม่มีความเสี่ยงล่าสุดอย่างน้อย 28 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเชื้อเข้าสู่ร่างกายในช่วงท้าย

กลับมาใช้ PrEP ใหม่ได้หรือไม่?

สามารถ กลับมาเริ่มใช้ PrEP ใหม่ได้ทุกเมื่อ หากกลับเข้าสู่สถานการณ์ที่มีความเสี่ยง โดยต้อง:

  • ตรวจเลือดและสุขภาพก่อนเริ่มยาใหม่
  • ทำตามขั้นตอนการเริ่มต้นเช่นเดิม

ลืมกินยา PrEP ทำยังไง?

หากลืมกิน PrEP แบบ Daily PrEP

  • หากลืมรับประทานยาในวันนั้น แต่นึกออกภายใน 6 ชั่วโมง ให้รีบทานทันที
  • ห้ามรับประทาน “สองเม็ดในครั้งเดียว” เพื่อชดเชยที่ลืม

หากลืมกินในสูตร On-Demand (2+1+1)

  • หากลืมเม็ดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ (เม็ดที่ 2 หรือ 3) ให้ทานทันทีที่นึกได้
  • แต่ถ้าลืม มากกว่า 12 ชั่วโมง แนะนำให้ เริ่มสูตรใหม่ตั้งแต่ต้น ก่อนมีความเสี่ยงรอบถัดไป

ลืมเกิน 7 วัน ควรเริ่มนับใหม่

หากขาดยา นานเกิน 7 วัน แนะนำให้:

  • กลับไปเริ่มต้นการใช้ใหม่
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มยาอีกครั้ง
  • ตรวจ HIV และประเมินสุขภาพใหม่เพื่อความปลอดภัย

ยา PrEP ราคาเท่าไหร่

ยา PrEP ราคาเท่าไหร่

ราคายา PrEP แบบเม็ด (30 เม็ด)

  • ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อและสถานพยาบาลที่ให้บริการ
  • โดยทั่วไปมีช่วงราคาดังนี้:
รายการราคาโดยประมาณ (บาท)
PrEP แบบเม็ด (30 เม็ด)1,000 – 3,400 บาท
ค่าตรวจเลือดก่อนรับยา (PrEP Lab Test)2,000 บาท

ราคานี้ไม่รวมค่าพบแพทย์ หรือค่าตรวจอื่น ๆ ที่อาจจำเป็น เช่น การตรวจตับ ไต หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคายา

  • ยี่ห้อของยา (Generic หรือ Original)
  • สถานที่ให้บริการ (คลินิกเอกชน vs รพ.รัฐ)
  • โปรโมชั่นหรือสิทธิการรักษาที่ใช้ได้ เช่น บัตรทอง, ประกันสังคม
  • จำนวนยาที่ได้รับในแต่ละรอบ

ข้อแนะนำ

ผู้ที่สนใจใช้ PrEP ควรสอบถามราคาจริงจากสถานพยาบาลก่อนเข้ารับบริการ เพื่อวางแผนค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนและเหมาะสม

กิน PrEP แล้วไม่ใช้ถุงยางได้ไหม?

PrEP ช่วยป้องกันเชื้อ HIV ได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

แม้ยา PrEP จะมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อ HIV หากใช้ถูกต้องและสม่ำเสมอ แต่ก็ยัง ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้ 100% และไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) ชนิดอื่นได้เลย เช่น:

ถุงยางอนามัยยังจำเป็น

ถุงยางอนามัยยังคงเป็น แนวป้องกันแรก ที่สามารถป้องกันได้ทั้งเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นร่วมด้วย การใช้ถุงยางพร้อมกับ PrEP จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

ข้อแนะนำ

หากมีเพศสัมพันธ์กับคู่ที่ไม่ทราบสถานะ HIV หรือไม่ใช่คู่ประจำ แนะนำให้:

  • ใช้ถุงยางอนามัยร่วมกับ PrEP เสมอ
  • เข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุก 3 เดือน

ใช้ PrEP ระหว่างตั้งครรภ์ได้ไหม

PrEP สามารถใช้ได้ในหญิงที่วางแผนมีบุตร

ผู้หญิงที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV และต้องการวางแผนตั้งครรภ์สามารถใช้ยา PrEP ได้อย่างปลอดภัย ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยเฉพาะในกรณีที่คู่นอนมีเชื้อ HIV หรือมีความเสี่ยงทางพฤติกรรมที่ชัดเจน

ปลอดภัยต่อทารกในครรภ์

จากข้อมูลทางการแพทย์ ยา PrEP (โดยเฉพาะสูตรที่ใช้ Tenofovir/Emtricitabine) มีข้อมูลสนับสนุนว่าสามารถใช้ระหว่างการตั้งครรภ์ได้โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์

ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

แม้จะสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย แต่ควร:

  • แจ้งแพทย์ทุกครั้งหากวางแผนจะตั้งครรภ์
  • ตรวจสุขภาพอย่างใกล้ชิดระหว่างตั้งครรภ์
  • ตรวจติดตามผลการทำงานของไตและตับ รวมถึงการตรวจ HIV ซ้ำตามกำหนด

PrEP คือวัคซีนหรือยา?

PrEP ไม่ใช่วัคซีน

PrEP เป็น ยา ไม่ใช่วัคซีน โดยมีหน้าที่หลักในการ ป้องกันไม่ให้เชื้อ HIV เกาะกับเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกาย หากเกิดการสัมผัสเชื้อ ไม่ได้กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สร้างภูมิต้านทานเหมือนวัคซีน

ความแตกต่างระหว่าง PrEP กับวัคซีน

ประเด็นPrEPวัคซีน
ประเภทยาต้านไวรัสสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
วิธีออกฤทธิ์ป้องกันเชื้อไม่ให้เพิ่มจำนวนในร่างกายกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกัน
ต้องกิน/ฉีดซ้ำต้องใช้เป็นประจำส่วนมากให้เพียงครั้งเดียวหรือปีละครั้ง

ต้องใช้ PrEP อย่างต่อเนื่อง

การใช้ PrEP ให้ได้ผล ต้องใช้ ต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนช่วงที่มีความเสี่ยง และหากจะหยุดยา ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง

คำถาม-ยา-PrEP-ที่พบบ่อยคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PrEP

Q: PrEP เริ่มป้องกันได้เมื่อไหร่หลังเริ่มใช้?

A: หากใช้แบบ Daily PrEP ต้องรับประทานยาอย่างน้อย 7 วัน ก่อนมีความเสี่ยง ถึงจะมีระดับยาที่เพียงพอในการป้องกันเชื้อ HIV

Q: PrEP ใช้แล้วต้องตรวจ HIV บ่อยแค่ไหน?

A: ควรตรวจ ทุก 3 เดือน เพื่อประเมินประสิทธิภาพของยา และตรวจหาเชื้อซ้ำอย่างสม่ำเสมอ

Q: สามารถหยุด PrEP ชั่วคราวแล้วกลับมาใช้ใหม่ได้ไหม?

A: ได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใหม่ทุกครั้ง และกลับไปตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่าไม่มีเชื้อ HIV ก่อนเริ่มใช้ PrEP อีกครั้ง

Q: ใช้ PrEP แล้วดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม?

A: สามารถดื่มได้ในปริมาณปกติ PrEP ไม่เกิดปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์โดยตรง แต่ไม่ควรลืมกินยาแม้ในวันที่ดื่ม

Q: ผู้หญิงใช้ PrEP ได้หรือไม่?

A: ได้ PrEP ใช้ได้ทั้งชายและหญิง รวมถึงผู้ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ ภายใต้การดูแลของแพทย์

รีวิวจากผู้ใช้จริง: ประสบการณ์การกินยา PrEP

“เริ่มกิน PrEP เพราะเพื่อนแนะนำ แล้วรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก”

“ตอนแรกกลัวเรื่องผลข้างเคียงมาก แต่หมอก็อธิบายละเอียดว่ามีแค่คลื่นไส้เล็กน้อยช่วงแรกจริง ๆ พอผ่านสัปดาห์แรกไปก็ไม่มีอะไรเลย ตอนนี้กิน PrEP ทุกวันพร้อมวิตามิน แล้วรู้สึกอุ่นใจเวลาเจอคู่นอนใหม่ แม้จะยังใช้ถุงยางอยู่เสมอ”

“เคยลืมกินบ่อย แต่ปรับเวลาแล้วดีขึ้น”

“ผมใช้ Daily PrEP แต่ช่วงแรกลืมกินบ่อยมาก เพราะไม่ได้ตั้งเวลา พอลองใช้วิธีตั้งปลุกในมือถือทุกคืน ตอนนี้ไม่ลืมแล้ว แนะนำว่าใครที่กลัวลืม ควรหาวิธีที่ช่วยเตือนตัวเอง”

“ใช้แบบ On-Demand เพราะไม่ได้มีเพศสัมพันธ์บ่อย”

“ผมไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เป็นประจำ เลยเลือกใช้แบบ 2+1+1 รู้สึกว่าควบคุมง่าย ไม่ต้องกินทุกวัน แต่ต้องวางแผนล่วงหน้าดี ๆ”

จะซื้อ PrEP ออนไลน์ได้ไหม? อันตรายไหม?

PrEP ไม่ควรซื้อใช้เองโดยไม่มีใบสั่งแพทย์

แม้ในบางเว็บไซต์จะมีการจำหน่าย PrEP แบบออนไลน์ แต่การใช้ยา PrEP ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะ:

  • ต้องตรวจ HIV ให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีเชื้อ
  • ต้องตรวจสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะไตและตับ
  • ต้องติดตามผลการใช้ยาเป็นระยะ

การซื้อใช้เองโดยไม่ได้ตรวจสุขภาพ อาจ ทำให้ติดเชื้อ HIV โดยไม่รู้ตัว หรือได้รับยาที่ไม่ได้มาตรฐาน

ความเสี่ยงจากการซื้อ PrEP ออนไลน์

  • อาจได้รับยา ปลอม หรือหมดอายุ
  • ไม่สามารถยืนยันแหล่งผลิตหรือความน่าเชื่อถือของผู้ขาย
  • ไม่มีการแนะนำวิธีใช้หรือแนวทางติดตามผล

ข้อแนะนำ

หากต้องการใช้ PrEP อย่างปลอดภัย:

  • ควรเข้ารับการประเมินที่คลินิกหรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
  • อย่าใช้ PrEP โดยไม่มีการตรวจเลือดก่อน
  • หลีกเลี่ยงการสั่งซื้อจากแหล่งที่ไม่สามารถตรวจสอบได้

PrEP ฟรีมีไหม? ใช้สิทธิอะไรได้บ้าง?

สามารถรับยา PrEP ฟรีได้ในบางกรณี

ในประเทศไทย มีโครงการของภาครัฐที่สนับสนุนการเข้าถึงยา PrEP ฟรี โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น:

  • ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM)
  • ผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด
  • ผู้ที่มีคู่นอนติดเชื้อ HIV
  • เยาวชนกลุ่มเปราะบาง

สิทธิที่สามารถใช้ได้ในการขอรับ PrEP

ประเภทสิทธิเงื่อนไขการใช้สิทธิ
สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง)บางโรงพยาบาลรัฐ/คลินิกที่เข้าร่วมโครงการ
ประกันสังคมขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลเครือข่ายของผู้ประกันตน
คลินิกเฉพาะทางมีโครงการสนับสนุนเฉพาะกลุ่มฟรีหรือร่วมจ่ายบางส่วน

ข้อแนะนำ

  • สอบถามสิทธิกับหน่วยบริการใกล้บ้านหรือคลินิกที่สนใจ
  • เตรียมเอกสาร เช่น บัตรประชาชน หรือเอกสารแสดงสิทธิ
  • ตรวจสอบว่าอยู่ในกลุ่มเป้าหมายตามเกณฑ์ของโครงการหรือไม่

เปรียบเทียบยี่ห้อ PrEP ในไทย ปี 2569

ยี่ห้อที่ใช้ในประเทศไทย

ในประเทศไทย ปัจจุบันมีการใช้ยา PrEP จากทั้ง แบรนด์ต้นแบบ (Original Brand) และ ยาชื่อสามัญ (Generic) โดยทั้งหมดผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ตัวอย่างยี่ห้อที่พบได้ทั่วไป:

ยี่ห้อประเภทสารสำคัญในยาหมายเหตุ
Truvadaต้นแบบ (Original)Tenofovir + Emtricitabineราคาสูงกว่า แต่มีข้อมูลวิจัยยาวนาน
Ricovir EMชื่อสามัญ (Generic)Tenofovir + Emtricitabineราคาย่อมเยา ใช้กันอย่างแพร่หลายในเอเชีย
Tenof EMชื่อสามัญ (Generic)Tenofovir + Emtricitabineราคาใกล้เคียงกับ Ricovir-EM
Teno EMชื่อสามัญ (Generic)Tenofovir + Emtricitabineเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของยาชื่อสามัญ

ข้อควรพิจารณาในการเลือกยี่ห้อ

  • ความน่าเชื่อถือของแหล่งจัดหา: ควรรับยาเฉพาะจากคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต
  • การรับรองจาก อย.: ยาทุกตัวต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ
  • คำแนะนำของแพทย์: บางรายอาจเหมาะกับยี่ห้อใดมากกว่า ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางสุขภาพ

บทสรุป

ยา PrEP เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและผ่านการรับรองทางการแพทย์แล้วว่าสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อใช้ควบคู่กับการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอและพฤติกรรมทางเพศที่มีความรับผิดชอบ

แม้ PrEP จะไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกชนิดได้ แต่ก็เป็นทางเลือกที่เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบต่อสุขภาพตนเองและสังคมโดยรวม

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

นพ. ชัยวัฒน์ ทรงศิริพันธุ์

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย: นพ. ชัยวัฒน์ ทรงศิริพันธุ์

ความเชี่ยวชาญ: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

บทความอัปเดตล่าสุด: 23 เมษายน 2569

icon email