Let’s play safe
Call Today : 083-534-4555, 02-006-8887
Room 314 , 246 Sukhumvit Rd, Khwaeng Khlong Toei, Bangkok
Open Hours
Open every day . 12:00 pm - 09:00 pm (Last Case 08.30 pm)

Sildenafil คืออะไร? ยารักษาหย่อนสมรรถภาพชายที่ควรรู้

Sildenafil เป็นหนึ่งในยาที่ได้รับการใช้อย่างแพร่หลายสำหรับผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ และต้องการการรักษาที่ช่วยเสริมการตอบสนองทางเพศอย่างเป็นธรรมชาติ ตัวยานี้ทำงานผ่านกลไกที่เน้นการเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังเนื้อเยื่อเฉพาะตำแหน่ง ทำให้การแข็งตัวเป็นไปได้ง่ายขึ้นเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศร่วมด้วย

การทำความเข้าใจพื้นฐานของยา วิธีออกฤทธิ์ ผลข้างเคียง และข้อควรระวังก่อนเริ่มใช้ จะช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้เหมาะสมยิ่งขึ้น และสามารถประเมินร่วมกับแพทย์เพื่อให้การรักษาปลอดภัยและตรงกับความต้องการมากที่สุดในแต่ละบุคคล

Sildenafil คืออะไร?

Sildenafil เป็นตัวยาในกลุ่ม PDE5 inhibitors ที่ใช้ในการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศชาย โดยช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศร่วมด้วย ทำให้ผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวตอบสนองได้ดีขึ้นในสถานการณ์จริง

ตัวยานี้ไม่ได้ทำให้ความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น แต่ช่วยให้กระบวนการแข็งตัวเป็นไปอย่างเหมาะสมมากขึ้น แพทย์มักประเมินสุขภาพโดยรวมก่อนเลือกขนาดยาที่เหมาะสม เพื่อให้การใช้ยาปลอดภัยและสอดคล้องกับร่างกายของแต่ละบุคคล

Sildenafil ทำงานอย่างไร (กลไกการออกฤทธิ์)

Sildenafil ทำงานโดยยับยั้งเอนไซม์ PDE5 ซึ่งมีบทบาทในการควบคุมการคลายตัวของหลอดเลือด เมื่อเอนไซม์นี้ถูกยับยั้ง หลอดเลือดบริเวณอวัยวะเพศจึงขยายตัวได้ดีขึ้น และเลือดไหลเวียนเข้าสู่เนื้อเยื่อมากขึ้นในช่วงที่มีการกระตุ้นทางเพศ

กลไกดังกล่าวช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางเพศได้เป็นธรรมชาติขึ้น การแข็งตัวสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าเดิมในผู้ที่มีภาวะไหลเวียนเลือดไม่เพียงพอ ขณะที่ผลของยาไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติหากไม่มีการกระตุ้นทางเพศร่วมด้วย

Sildenafil ใช้รักษาอะไรบ้าง?

Sildenafil ใช้ในการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศชาย (Erectile Dysfunction: ED) ซึ่งเกิดจากการที่เลือดไหลเวียนสู่เนื้อเยื่ออวัยวะเพศได้ไม่เพียงพอในขณะมีการกระตุ้นทางเพศ ทำให้การแข็งตัวเกิดขึ้นยากกว่าปกติ

ตัวยานี้ช่วยเสริมการตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งเร้าทางเพศ ทำให้การแข็งตัวเป็นไปตามธรรมชาติยิ่งขึ้นในผู้ที่มีปัญหา ED ไม่ว่าจะเกิดจากปัจจัยด้านหลอดเลือด ความเครียด หรือโรคประจำตัวบางชนิดที่มีผลต่อการไหลเวียนเลือด

ใครบ้างที่เหมาะกับ Sildenafil

Sildenafil เหมาะกับผู้ที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศแบบเป็นครั้งคราว หรือมีปัญหาการแข็งตัวจากการไหลเวียนเลือดที่ลดลงในขณะมีการกระตุ้นทางเพศ ทำให้ต้องการการช่วยเสริมเพื่อให้การตอบสนองเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติขึ้น

ผู้ที่ต้องการใช้ยาแบบ “ตามโอกาส” หรือเน้นฤทธิ์ออกเร็ว มักตอบสนองต่อ Sildenafil ได้ดี แพทย์จะประเมินปัจจัยด้านสุขภาพร่วม เช่น ความดันเลือด โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ เพื่อเลือกให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด

ใครบ้างที่ไม่ควรใช้ Sildenafil

Sildenafil ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ยาในกลุ่มไนเตรต เช่น ยาอกแน่นทรวงอก เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ผู้ที่มีโรคหัวใจรุนแรงหรืออาการไม่เสถียรควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากร่างกายอาจไม่พร้อมต่อการเพิ่มกิจกรรมทางเพศร่วมกับผลของยาได้

ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ เคยมีอาการแพ้ยากลุ่มนี้ หรือมีโรคประจำตัวบางชนิดที่มีผลต่อการไหลเวียนเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ แพทย์จะประเมินความเสี่ยงและยาที่ใช้อยู่ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยในการตัดสินใจใช้ยา

วิธีใช้ Sildenafil ให้ถูกต้อง

การใช้ Sildenafil ควรรับประทานก่อนกิจกรรมทางเพศประมาณ 30–60 นาที เพื่อให้ร่างกายมีเวลาดูดซึมยาอย่างเหมาะสม ผลของอาหารที่มีไขมันสูงอาจทำให้ยาออกฤทธิ์ช้าลงในบางราย จึงควรพิจารณาเวลารับประทานให้สอดคล้องกับพฤติกรรมส่วนตัว

ปริมาณยาที่แพทย์มักใช้มีหลายระดับ เช่น 25, 50 หรือ 100 มิลลิกรัม โดยแพทย์จะเลือกตามสภาพร่างกายและการตอบสนองของแต่ละบุคคล และไม่ควรใช้เกินวันละหนึ่งครั้ง เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่จำเป็นและรักษาความปลอดภัยในการใช้ยา

Sildenafil ออกฤทธิ์นานแค่ไหน

Sildenafil มีระยะเวลาออกฤทธิ์เฉลี่ยประมาณ 4–6 ชั่วโมง หลังจากรับประทานยาและมีการกระตุ้นทางเพศในช่วงเวลาที่เหมาะสม ผลของยาอาจแตกต่างไปตามสภาพร่างกาย อายุ และปัจจัยสุขภาพของแต่ละบุคคล เช่น โรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่ร่วมกัน

ในบางราย ผลของอาหารที่มีไขมันสูงหรือการดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้ฤทธิ์ยาสั้นลงหรือออกฤทธิ์ช้ากว่าปกติ แพทย์จึงมักประเมินพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์เพื่อแนะนำช่วงเวลาการใช้ยาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

ผลข้างเคียงของ Sildenafil

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของ Sildenafil ได้แก่ ปวดศีรษะ หน้าแดง คัดจมูก เวียนศีรษะ หรือรู้สึกแน่นบริเวณใบหน้า ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและสามารถหายได้เองเมื่อฤทธิ์ยาลดลงในไม่กี่ชั่วโมง

ในผู้ใช้บางรายอาจมีอาการตามัวเล็กน้อยหรือไวต่อแสงเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการตอบสนองของหลอดเลือด หากเกิดอาการรุนแรง เช่น เจ็บหน้าอก หรือการแข็งตัวที่นานผิดปกติ ควรหยุดยาและพบแพทย์ทันทีเพื่อประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม

Sildenafil มียี่ห้ออะไรบ้างในไทย?

Sildenafil มีจำหน่ายในหลายยี่ห้อในประเทศไทย โดยแต่ละแบรนด์ใช้ตัวยาเดียวกันแต่แตกต่างกันด้านรูปแบบ การผลิต หรือช่วงราคาตามผู้ผลิตและมาตรฐานของยา ยี่ห้อที่รู้จักกันทั่วไป ได้แก่ Sidegra และ Viagra ซึ่งถูกใช้ในทางการแพทย์มานานและผ่านการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายไทย

แม้ว่าจะเป็นยี่ห้อต่างกัน แต่สรรพคุณหลักของ Sildenafil ยังคงเหมือนกัน แพทย์มักแนะนำให้เลือกตามความเหมาะสมของผู้ใช้ ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต และการประเมินสุขภาพร่วมก่อนเริ่มยา เพื่อให้การใช้ยามีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุดในแต่ละบุคคล

Sildenafil vs Tadalafil ต่างกันอย่างไร

Sildenafil มีจุดเด่นที่การออกฤทธิ์เร็ว เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ยาเป็นครั้งคราวและสามารถวางแผนเวลารับประทานได้ชัดเจน ส่วน Tadalafil มีระยะเวลาออกฤทธิ์ยาวนานกว่า จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้นและไม่ต้องการยึดติดกับช่วงเวลาเฉพาะเจาะจง

ทั้งสองตัวยามีกลไกพื้นฐานคล้ายกัน แต่ความแตกต่างด้านระยะเวลาออกฤทธิ์และรูปแบบการใช้งานทำให้แพทย์มักเลือกตามไลฟ์สไตล์ สุขภาพพื้นฐาน และเป้าหมายการรักษาของผู้ใช้แต่ละราย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงในชีวิตประจำวัน

ทำไมบางคนใช้ Sildenafil แล้วไม่เห็นผล

การใช้ Sildenafil แล้วไม่เห็นผลอาจเกิดจากการรับประทานหลังอาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งทำให้การดูดซึมช้าลง และทำให้ยาออกฤทธิ์ไม่ทันตามช่วงเวลาที่ต้องการ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปก็มีผลลดความสามารถในการแข็งตัวแม้จะใช้ยาอย่างถูกต้อง

อีกสาเหตุที่พบคือขนาดยาที่ใช้ไม่เหมาะกับสภาพร่างกาย หรือมีโรคประจำตัวบางอย่างที่กระทบต่อการตอบสนอง เช่น เบาหวาน หรือปัญหาหลอดเลือด แพทย์จึงมักประเมินปัจจัยสุขภาพและปรับขนาดยาเพื่อให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละรายมากที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Sildenafil

ผู้ใช้มักมีคำถามเกี่ยวกับเวลาที่ Sildenafil ออกฤทธิ์ เช่น ควรรับประทานล่วงหน้ากี่นาที ซึ่งโดยทั่วไปต้องใช้เวลาประมาณ 30–60 นาทีเพื่อเริ่มออกฤทธิ์อย่างเหมาะสม การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปหรือรับประทานอาหารไขมันสูงสามารถทำให้ยาทำงานช้าลงได้ในบางราย

อีกคำถามที่พบบ่อยคือการใช้ยาทุกวัน ซึ่งไม่เหมาะสมสำหรับรูปแบบนี้เพราะเป็นยาที่ใช้เมื่อจำเป็น หากใช้แล้วไม่เห็นผล อาจเกี่ยวข้องกับเวลาในการรับประทาน ขนาดยา หรือปัจจัยสุขภาพพื้นฐานที่ควรประเมินร่วมกับแพทย์เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

คำแนะนำจากแพทย์ก่อนใช้ Sildenafil

ก่อนเริ่มใช้ Sildenafil ควรให้แพทย์ประเมินสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะโรคหัวใจ ความดันโลหิต และยาที่ใช้ประจำ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาและลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น แพทย์จะพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมกันเพื่อกำหนดขนาดยาที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน

การแจ้งประวัติทางการแพทย์อย่างครบถ้วน รวมถึงอาการผิดปกติที่เคยเกิดขึ้นระหว่างการใช้ยากลุ่มนี้ จะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างปลอดภัย หากมีโรคเรื้อรังหรือมีปัจจัยเสี่ยงด้านหลอดเลือด แพทย์อาจแนะนำการตรวจเพิ่มเติมก่อนเริ่มใช้ยาเพื่อความมั่นใจมากขึ้น

อยากทราบว่า Sildenafil เหมาะกับคุณไหม?

หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวหรือไม่แน่ใจว่ายาชนิดนี้เหมาะกับสภาพร่างกายของคุณหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพโดยรวมและยาที่ใช้อยู่ร่วมกัน การตรวจสอบปัจจัยเสี่ยงอย่างโรคหัวใจ ความดัน และการทำงานของหลอดเลือดจะช่วยให้เลือกวิธีรักษาที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

แพทย์สามารถแนะนำขนาดยาที่เหมาะสมหรือทางเลือกอื่นที่ตอบโจทย์พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของคุณมากกว่า การประเมินอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ยาและทำให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับความต้องการในชีวิตประจำวันมากที่สุด

บทสรุป

Sildenafil เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โดยมุ่งเสริมกลไกการแข็งตัวตามธรรมชาติผ่านการเพิ่มการไหลเวียนเลือดในช่วงที่มีสิ่งเร้าทางเพศ แม้จะเป็นยาที่ใช้มานานและได้รับการยอมรับในทางการแพทย์ แต่ก็ยังจำเป็นต้องประเมินสุขภาพและปัจจัยส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้ทุกครั้ง

การปรึกษาแพทย์จะช่วยให้เลือกขนาดยาได้เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากการใช้ยาผิดวิธี และทำให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้ใช้มากที่สุด ทั้งในด้านความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตทางเพศในระยะยาว

อ้างอิง

  1. MedlinePlus – Sildenafil
  2. European Medicines Agency (EMA) – Viagra (Sildenafil)
  3. NHS UK – Sildenafil
  4. PubMed – Long-term Efficacy & Safety of Sildenafil
  5. PubMed – Sildenafil and Cardiovascular Effects
icon email