Let’s play safe
Call Today : 083-534-4555, 02-006-8887
Room 314 , 246 Sukhumvit Rd, Khwaeng Khlong Toei, Bangkok
Open Hours
Open every day . 12:00 pm - 09:00 pm (Last Case 08.30 pm)

ยาคุมแบบไหนดี หมอแนะวิธีเลือกให้เหมาะกับคุณ ปลอดภัย ไม่อ้วน

ทุกวันนี้ “ยาคุมกำเนิด” ไม่ได้หมายถึงแค่การป้องกันการตั้งครรภ์อีกต่อไป แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพฮอร์โมนและผิวพรรณของผู้หญิงยุคใหม่ หลายคนใช้ยาคุมเพื่อช่วยปรับรอบเดือน ลดสิว หรือควบคุมภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลให้กลับมาเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม ยาคุมไม่ได้มีแบบเดียว การเลือกชนิดที่เหมาะกับร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละสูตรมีฮอร์โมนและวิธีการใช้ต่างกัน การเลือกโดยไม่รู้ข้อมูลอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง หรือคุมกำเนิดได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยแพทย์เฉพาะทางเพศสัมพันธ์จาก Safe Clinic เพื่อให้คุณเข้าใจพื้นฐานของยาคุมแต่ละประเภท พร้อมแนะแนวทางเลือกใช้ให้เหมาะกับร่างกายและไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างปลอดภัยที่สุด

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน แสดง

ยาคุมกำเนิดคืออะไร ทำไมผู้หญิงยุคนี้ควรรู้จัก

ยาคุมกำเนิดคือวิธีป้องกันการตั้งครรภ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยทำงานผ่านฮอร์โมนเพศหญิง เอสโตรเจน และ โปรเจสเตอโรน เพื่อยับยั้งการตกไข่ และปรับเยื่อบุโพรงมดลูกให้ไม่เหมาะต่อการฝังตัวของไข่ จึงช่วยลดโอกาสตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้การใช้ที่ถูกต้อง

ในปัจจุบัน ยาคุมไม่ได้มีไว้แค่ “คุมลูก” แต่ยังช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ลดอาการสิว หรืออาการปวดประจำเดือน อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะร่างกายของแต่ละคนตอบสนองต่อฮอร์โมนแตกต่างกัน

สำหรับผู้ที่เริ่มสนใจเรื่องสุขภาพเพศหญิง การเข้าใจพื้นฐานของยาคุมถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เพื่อวางแผนคุมกำเนิดและดูแลสุขภาพฮอร์โมนได้อย่างปลอดภัย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่

ยาคุมทำงานอย่างไรในร่างกาย

ยาคุมกำเนิดออกฤทธิ์โดยใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติของร่างกาย เพื่อยับยั้งการตกไข่ ทำให้ไม่มีไข่พร้อมรับการปฏิสนธิในแต่ละรอบเดือน

นอกจากนี้ ยาคุมยังทำให้มูกบริเวณปากมดลูกข้นขึ้น ช่วยป้องกันไม่ให้สเปิร์มเคลื่อนผ่านเข้าไปถึงไข่ได้ง่าย และยังปรับเยื่อบุโพรงมดลูกให้บางลง เพื่อลดโอกาสที่ไข่จะฝังตัว ทั้งหมดนี้จึงช่วยลดความเสี่ยงของการตั้งครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม กลไกเหล่านี้จะได้ผลเต็มที่ก็ต่อเมื่อรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและถูกเวลา การลืมหรือหยุดยาเองอาจลดประสิทธิภาพของการคุมกำเนิด และทำให้รอบเดือนเปลี่ยนไป จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกหรือเปลี่ยนชนิดของยาคุม

มียาคุมแบบไหนบ้างในปัจจุบัน

ด้านล่างนี้คือภาพรวมของ ยาคุมกำเนิดแต่ละประเภท ที่ใช้กันทั่วไป ซึ่งแตกต่างกันในรูปแบบ วิธีใช้ และระยะเวลาการออกฤทธิ์

ประเภท

ลักษณะการใช้

ระยะเวลาคุมกำเนิด

เหมาะกับใคร

ข้อควรระวัง

ยาคุมรายเดือน

รับประทานทุกวันในเวลาเดียวกัน

คุมได้ต่อเนื่องตราบใดที่กินสม่ำเสมอ

ผู้ที่ต้องการควบคุมรอบเดือนและสิว

ลืมกินอาจลดประสิทธิภาพ

ยาคุมฉุกเฉิน

ใช้หลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน

เฉพาะเหตุฉุกเฉินเท่านั้น

ผู้ที่ต้องการป้องกันหลังเสี่ยง

ไม่ควรใช้บ่อยเพราะฮอร์โมนสูง

ยาฝังคุมกำเนิด

แพทย์ฝังแท่งใต้ผิวหนัง

3–5 ปี

ผู้ที่ไม่สะดวกกินยา/ลืมง่าย

ต้องทำโดยแพทย์

ยาฉีดคุมกำเนิด

ฉีดทุก 1–3 เดือน

ต่อเนื่องตามรอบการฉีด

ผู้ที่ต้องการความสะดวก

อาจทำให้รอบเดือนเปลี่ยน

การเลือกใช้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับสุขภาพและฮอร์โมนของแต่ละคน

ยาคุมแบบไหนดี? วิธีเลือกให้เหมาะกับร่างกายและฮอร์โมนของคุณ

การเลือกยาคุมควรดูทั้งสุขภาพ อายุ และระดับฮอร์โมนของแต่ละคน ตารางด้านล่างเป็นแนวทางคร่าวๆ ช่วยให้เห็นภาพว่าควรเริ่มต้นจากทางเลือกใด ก่อนตัดสินใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินให้เหมาะกับร่างกายของคุณจริง ๆ

กลุ่มผู้ใช้ / ลักษณะสุขภาพ

ยาคุมที่มักแนะนำ

เหตุผลที่เหมาะ

คำแนะนำเพิ่มเติม

วัยรุ่น / ผู้เริ่มใช้ใหม่

ยาคุมรายเดือน ฮอร์โมนต่ำ

ฮอร์โมนอ่อนโยน ช่วยปรับรอบเดือน ลดสิว

รับประทานต่อเนื่องเวลาเดิมทุกวัน

หลังคลอด / ให้นมบุตร

ยาคุมโปรเจสเตอโรนเดี่ยว

ไม่กระทบการผลิตน้ำนม

ควรได้รับคำแนะนำเฉพาะจากแพทย์

ทำงานหนัก เดินทางบ่อย ลืมกินยา

ยาฝังคุมกำเนิด หรือ ยาฉีด

ไม่ต้องกินทุกวัน คุมได้นาน

ต้องทำโดยแพทย์และนัดติดตาม

มีสิว ผิวมัน ฮอร์โมนไม่สมดุล

ยาคุมฮอร์โมนต่ำ ชนิดผสม

ช่วยลดสิว ปรับฮอร์โมน

ตรวจฮอร์โมนก่อนเลือกจะปลอดภัยกว่า

ต้องการป้องกันฉุกเฉิน

ยาคุมฉุกเฉิน

ใช้เฉพาะกรณีจำเป็น

ห้ามใช้บ่อย เพราะฮอร์โมนสูงมาก

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ยาคุมทุกครั้ง

กินยาคุมบ่อยๆ ได้ไหม มีผลข้างเคียงหรือไม่

การกินยาคุมกำเนิดอย่างสม่ำเสมอสามารถใช้ได้ต่อเนื่อง หากเป็นยาคุมชนิดรายเดือนที่แพทย์แนะนำ เพราะร่างกายจะปรับเข้าสู่สมดุลฮอร์โมนภายในไม่กี่เดือนหลังเริ่มใช้

แต่สำหรับ “ยาคุมฉุกเฉิน” ไม่ควรใช้บ่อยเกินเดือนละ 2 ครั้ง เนื่องจากมีปริมาณฮอร์โมนสูง อาจทำให้รอบเดือนคลาดเคลื่อน คลื่นไส้ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยได้ การใช้ซ้ำบ่อยๆ ยังส่งผลต่อสมดุลฮอร์โมนระยะยาว

หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดหัวรุนแรง เจ็บหน้าอก หรือเวียนหัว ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อหาวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกว่า เช่น ยาฝังหรือยาฉีด ที่มีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องรับฮอร์โมนในปริมาณสูงบ่อย ๆ

ยาคุมมีผลต่อผิว สิว และน้ำหนักจริงไหม

ผลของยาคุมต่อผิวและน้ำหนักขึ้นอยู่กับชนิดของฮอร์โมนที่ใช้ บางสูตรช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ลดการหลั่งไขมัน ทำให้สิวลดลง แต่บางสูตรอาจทำให้เกิดภาวะบวมน้ำ หรืออยากอาหารมากขึ้น จึงดูเหมือนน้ำหนักเพิ่ม

ยาคุมฮอร์โมนต่ำชนิดผสม มักถูกใช้ในผู้ที่มีสิว หรือมีภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล เพราะช่วยลดฮอร์โมนเพศชายที่เป็นต้นเหตุของสิว แต่ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้เลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิวและสุขภาพของแต่ละคน

หากใช้ยาคุมแล้วน้ำหนักเปลี่ยน หรือสิวแย่ลง ไม่ควรหยุดยาเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับสูตร หรือเปลี่ยนเป็นวิธีคุมกำเนิดอื่นที่เหมาะกับร่างกาย เช่น ยาฝัง หรือยาฉีดคุมกำเนิดที่ไม่กระทบฮอร์โมนผิว

ยาคุมป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ไหม

ยาคุมกำเนิดทำหน้าที่ป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) เช่น เอดส์ หนองใน ซิฟิลิส หรือ HPV ได้

การป้องกันโรคเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะใช้ยาคุมอยู่หรือไม่ เพราะถุงยางเป็นวิธีเดียวที่ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้จริง

สำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ไม่สม่ำเสมอ หรือมีคู่นอนหลายคน ควรตรวจสุขภาพทางเพศสัมพันธ์อย่างน้อยปีละ 1–2 ครั้ง เพื่อประเมินความปลอดภัยของตนเองและคู่รัก และสามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

ผลข้างเคียงที่ควรระวัง และสัญญาณที่ควรพบแพทย์

ยาคุมกำเนิดส่วนใหญ่ปลอดภัยเมื่อใช้ถูกวิธี แต่ในบางคนอาจเกิดอาการข้างเคียงจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน เช่น คลื่นไส้ คัดเต้านม หรือมีเลือดออกกระปริดกระปรอย ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและจะดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดหัวรุนแรง เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือขาบวม ควรหยุดใช้ยาและรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะหลอดเลือดอุดตันหรือผลข้างเคียงรุนแรงจากฮอร์โมน

เพื่อความปลอดภัย ควรตรวจสุขภาพก่อนเริ่มใช้ยาคุม และติดตามอาการกับแพทย์เป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่หรือมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง เพราะกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดมากกว่า

คำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทางเพศสัมพันธ์ (Safe Clinic)

การเลือกใช้ยาคุมกำเนิดควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะร่างกายและระดับฮอร์โมนของแต่ละคนแตกต่างกัน แพทย์จะช่วยประเมินสุขภาพพื้นฐาน รวมถึงปัจจัยเสี่ยง เช่น โรคประจำตัว การสูบบุหรี่ หรือภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ก่อนแนะนำวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมที่สุด

ที่ Safe Clinic ทีมแพทย์เฉพาะทางเพศสัมพันธ์พร้อมให้คำปรึกษาอย่างเป็นส่วนตัว ครอบคลุมทั้งการเลือกยาคุม การตรวจฮอร์โมน และการดูแลสุขภาพเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าวิธีที่เลือกสอดคล้องกับร่างกายและไลฟ์สไตล์ของคุณ

คุณสามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ทั้งแบบ Walk-in และจองคิวออนไลน์ เพื่อประเมินความเหมาะสมของยาคุมหรือวิธีคุมกำเนิดอื่นๆ โดยไม่มีการตัดสิน เพียงให้ข้อมูลจริง แพทย์จะช่วยออกแบบแนวทางคุมกำเนิดที่ปลอดภัยและเหมาะกับคุณที่สุด

สรุป

การคุมกำเนิดไม่ใช่เพียงเรื่องของการป้องกันการตั้งครรภ์ แต่คือการดูแลสุขภาพทางเพศและสมดุลฮอร์โมนของร่างกาย การเริ่มต้นอย่างปลอดภัยจึงควรเริ่มจาก “การรู้จักตัวเอง” ทั้งสุขภาพพื้นฐาน รอบเดือน พฤติกรรมการใช้ชีวิต และความพร้อมในความสัมพันธ์

ก่อนตัดสินใจเลือกวิธีใด ควรเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้ช่วยประเมินวิธีที่เหมาะสมกับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นยาคุมรายเดือน ยาฝัง ยาฉีด หรือวิธีอื่นๆ แพทย์จะช่วยวางแผนให้ทั้งปลอดภัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ

สำหรับผู้ที่มองหาการเริ่มต้นอย่างมั่นใจ สามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ที่ Safe Clinic ได้โดยไม่ต้องเขินอาย คลินิกพร้อมให้คำแนะนำอย่างเข้าใจ ปลอดภัย และเคารพความเป็นส่วนตัวของคุณเสมอ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กินยาคุมแล้วมีลูกยากจริงไหม

โดยทั่วไปยาคุมกำเนิดไม่ได้ทำให้มีลูกยาก เมื่อหยุดใช้ยาแล้ว ฮอร์โมนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่หากรอบเดือนยังไม่มาหลังหยุดยา 2–3 เดือน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสาเหตุเพิ่มเติม

ลืมกินยาคุมทำอย่างไรดี

หากลืมกินไม่เกิน 12 ชั่วโมง ให้กินเม็ดนั้นทันทีที่นึกได้ แล้วกินเม็ดถัดไปตามเวลาเดิมได้เลย แต่ถ้าลืมเกิน 12 ชั่วโมง ควรใช้ถุงยางร่วมด้วยภายใน 7 วันถัดไปเพื่อความปลอดภัย

ยาคุมฮอร์โมนต่ำต่างจากยาคุมทั่วไปอย่างไร

ยาคุมฮอร์โมนต่ำมีปริมาณเอสโตรเจนน้อยกว่า เหมาะกับผู้ที่มีผลข้างเคียงจากฮอร์โมน เช่น คัดเต้านม หรือบวมน้ำ แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เพื่อเลือกสูตรที่เหมาะกับร่างกาย

ใช้ยาคุมร่วมกับถุงยางจำเป็นไหม

หากต้องการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรใช้ถุงยางทุกครั้ง เพราะยาคุมไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ ถุงยางช่วยลดความเสี่ยงของโรค เช่น เอชไอวี ซิฟิลิส และหนองใน

สามารถกินยาคุมต่อเนื่องนานแค่ไหน

สามารถใช้ได้ต่อเนื่องภายใต้การดูแลของแพทย์ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้พักการใช้เป็นระยะเพื่อประเมินสมดุลฮอร์โมน

แหล่งอ้างอิง

  1. องค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) Contraception methods and family planning
  2. Centers for Disease Control and Prevention (CDC) Contraceptive Guidance for Health Care Providers
  3. The American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) Combined Hormonal Birth Control: Pill, Patch, and Ring
  4. U.S. Food and Drug Administration (FDA) Birth Control Pill Women’s Health
icon email