Let’s play safe
Call Today : 083-534-4555, 02-006-8887
Room 314 , 246 Sukhumvit Rd, Khwaeng Khlong Toei, Bangkok
Open Hours
Open every day . 12:00 pm - 09:00 pm (Last Case 08.30 pm)

ตรวจเลือด เช็คสุขภาพ+โรคติดต่อใน 1 ขั้นตอน

การตรวจเลือดถือเป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพที่ง่าย รวดเร็ว และให้ข้อมูลหลากหลาย ทั้งการประเมินโรคเรื้อรังที่พบบ่อยในคนไทย เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือด ตับและไต ไปจนถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่าง HIV และซิฟิลิส หลายโรคไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่สามารถตรวจเจอได้จากค่าเลือด ทำให้แพทย์วางแผนดูแลได้ทันท่วงที

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า การตรวจเลือดบอกอะไรได้บ้าง วิธีการตรวจมีแบบไหน ควรตรวจเมื่อไร และควรเลือกตรวจที่ใด เพื่อให้การดูแลสุขภาพทั้งของคุณและคนใกล้ตัวปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน แสดง

ตรวจเลือดคืออะไร ทำไมสำคัญ

การตรวจเลือด คือการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อดูค่าต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงการทำงานของร่างกาย การตรวจเลือดช่วยให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติที่อาจยังไม่แสดงอาการ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือด หรือโรคติดต่อบางชนิด

นอกจากนี้ การตรวจเลือดยังเป็นพื้นฐานของการตรวจสุขภาพประจำปี เพราะใช้เวลาไม่นาน แต่ให้ข้อมูลสำคัญหลายด้าน ทั้งสุขภาพทั่วไปและความเสี่ยงโรคเฉพาะทาง การตรวจเลือดจึงถูกใช้ทั้งเพื่อคัดกรองโรค วินิจฉัยโรค และติดตามผลการรักษา

ตรวจเลือดบอกโรคอะไรได้บ้าง

การตรวจเลือดสามารถบอกข้อมูลสุขภาพได้หลากหลาย ตั้งแต่โรคเรื้อรังที่พบบ่อยไปจนถึงโรคติดเชื้อบางชนิด ตัวอย่างที่มักตรวจพบได้จากเลือด เช่น

  • โรคเรื้อรัง: เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง โรคตับ โรคไต
  • ภาวะผิดปกติในเลือด: โลหิตจาง ธาลัสซีเมีย
  • การติดเชื้อ: ไวรัสตับอักเสบบีและซี, เอชไอวี (HIV), ซิฟิลิส

การตรวจเลือดจึงไม่ได้จำกัดแค่การเช็คสุขภาพทั่วไป แต่ยังช่วยคัดกรองความเสี่ยงโรคติดต่อและโรคที่อาจซ่อนอยู่ในร่างกาย ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการดูแลได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

ตรวจเลือดโรคเรื้อรังและสุขภาพทั่วไป

การตรวจเลือดเป็นวิธีสำคัญในการค้นหาโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยในคนไทย หลายโรคอาจไม่มีอาการในระยะแรก แต่สามารถตรวจพบได้จากค่าเลือด เช่น

  • เบาหวาน: ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (FBS, HbA1c)
  • ไขมันในเลือดสูง: ตรวจค่าไขมันรวม, LDL, HDL, Triglyceride
  • โรคตับ: ตรวจเอนไซม์ตับ (AST, ALT)
  • โรคไต: ตรวจค่าการทำงานของไต (Creatinine, BUN)
  • ภาวะโลหิตจาง: ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)

ผลตรวจเหล่านี้ช่วยให้แพทย์เห็นความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ และสามารถให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพหรือติดตามการรักษาได้อย่างเหมาะสม

ตรวจเลือดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD/STI)

การตรวจเลือดมีบทบาทสำคัญในการตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิด เนื่องจากบางโรคอาจไม่มีอาการชัดเจน แต่สามารถแพร่เชื้อต่อได้ การตรวจที่พบบ่อย ได้แก่

การตรวจเลือด STD/STI ไม่เพียงช่วยยืนยันการวินิจฉัย แต่ยังเป็นการดูแลตนเองและป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้อย่างมีความรับผิดชอบ

ตรวจเลือดมีกี่วิธี และต่างกันอย่างไร

การตรวจเลือดมีหลายวิธี แต่ละแบบเหมาะกับวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน ตัวอย่างที่ใช้บ่อย ได้แก่

  • การตรวจแบบรวดเร็ว (Rapid test): ใช้หยดเลือดเพื่อตรวจหาผลเบื้องต้น รู้ผลภายใน 15–30 นาที เหมาะกับการคัดกรอง แต่หากผลเป็นบวก มักต้องตรวจยืนยันเพิ่มเติม
  • การตรวจในห้องปฏิบัติการ (Lab test): เก็บเลือดจากหลอดเลือดดำ ส่งตรวจด้วยเครื่องมือมาตรฐาน ใช้เวลาหลายชั่วโมงถึง 1–2 วัน แต่ให้ผลที่ละเอียดและเชื่อถือได้มากกว่า
  • การตรวจเลือดรุ่นใหม่ (4th Gen, NAT): สามารถตรวจพบการติดเชื้อไวรัส เช่น HIV ได้เร็วขึ้นกว่าวิธีทั่วไป

การเลือกวิธีตรวจเลือดควรอ้างอิงจากความเสี่ยงและคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลที่เหมาะสมและแม่นยำที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล

ตรวจเลือดควรตรวจเมื่อไร และใครบ้างที่ควรตรวจ

การตรวจเลือดไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการผิดปกติจึงจะตรวจได้ หลายกรณีควรเข้ารับการตรวจเพื่อคัดกรองล่วงหน้า เช่น

  • การตรวจสุขภาพประจำปี: แนะนำให้ตรวจทุกคนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อดูค่าพื้นฐานของร่างกาย
  • กลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง: ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน ความดัน หรือไขมันสูง ควรตรวจบ่อยกว่าปกติ
  • กลุ่มเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD/STI): ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น มีคู่นอนหลายคน หรือไม่ใช้ถุงยางอนามัย ควรตรวจ HIV และโรคติดต่ออื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ
  • คู่สมรสหรือผู้ที่เตรียมแต่งงาน: ควรตรวจเลือดร่วมกัน เพื่อประเมินสุขภาพและความปลอดภัยก่อนเริ่มต้นครอบครัว

การตรวจตามช่วงเวลาที่เหมาะสมช่วยให้ค้นพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

ตรวจเลือดต้องเตรียมตัวยังไง

ก่อนตรวจเลือดควรเตรียมตัวให้เหมาะสม เพื่อให้ผลตรวจออกมาถูกต้องมากที่สุด สำหรับการตรวจเลือดบางประเภท มีแนวทางทั่วไป ได้แก่

  • งดอาหารและเครื่องดื่มบางชนิด: ถ้าตรวจน้ำตาลหรือไขมัน ควรงดอาหาร 8–12 ชั่วโมงก่อนตรวจ ดื่มน้ำเปล่าได้
  • งดแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนัก: อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนตรวจ เพื่อไม่ให้ค่าผิดปกติ
  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่: ยาบางชนิด เช่น ยาลดไขมัน หรือยาคุมกำเนิด อาจมีผลต่อค่าตรวจ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนดึกหรือความเครียดอาจส่งผลต่อผลเลือดบางค่า

การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ช่วยให้ผลตรวจเลือดมีความแม่นยำ และช่วยแพทย์วินิจฉัยได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้น

ตรวจเลือดราคาเท่าไหร่

ราคาการตรวจเลือดขึ้นอยู่กับชนิดการตรวจและจำนวนรายการที่เลือก เช่น ตรวจสุขภาพพื้นฐานมักมีค่าใช้จ่ายหลักร้อยถึงหลักพันบาท หากเป็นการตรวจเฉพาะ เช่น ตรวจหา HIV หรือไวรัสตับอักเสบ ราคาอาจแตกต่างตามวิธีที่ใช้ตรวจและความซับซ้อนของแล็บ

ปัจจัยที่ทำให้ราคาแตกต่าง ได้แก่

  • ประเภทการตรวจ (พื้นฐาน vs เฉพาะโรค)
  • วิธีตรวจ (Rapid test, แล็บมาตรฐาน, ตรวจรุ่นใหม่เช่น 4th Gen/NAT)
  • การเลือกตรวจแบบแพ็กเกจหรือแบบรายครั้ง

คลินิกและโรงพยาบาลหลายแห่งมีแพ็กเกจตรวจสุขภาพประจำปี รวมถึงแพ็กเกจตรวจโรคติดต่อ (STD/STI) เพื่อความคุ้มค่า ผู้สนใจสามารถสอบถามหรือขอใบเสนอราคากับเจ้าหน้าที่ก่อนได้

ตรวจเลือดที่ไหนดี (เลือกคลินิกยังไง)

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่ตรวจเลือด สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือมาตรฐานทางการแพทย์ ความเป็นส่วนตัว และความสะดวกในการเข้ารับบริการ

Safe Clinic เป็นคลินิกที่ให้บริการตรวจเลือดทั้งด้านสุขภาพประจำปีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD/STI) โดยมีจุดเด่นคือ:

  • ความเป็นส่วนตัวสูง: ผลตรวจและข้อมูลผู้รับบริการถูกเก็บเป็นความลับ
  • ตรวจโดยแพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญ: ให้คำปรึกษาก่อนและหลังตรวจ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
  • ผลตรวจรวดเร็ว: เลือกได้ทั้งแบบตรวจด่วน (Rapid Test) และตรวจแล็บมาตรฐาน
  • ทำเลสะดวก: เดินทางง่าย มีบริการจองคิวออนไลน์

การเลือกตรวจที่ Safe Clinic จึงมั่นใจได้ทั้งในด้านความถูกต้องและการดูแลที่ใส่ใจ

ความลับและความปลอดภัยของผลตรวจ

หลายคนลังเลที่จะตรวจเลือด โดยเฉพาะการตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD/STI) เพราะกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมากและควรเป็นมาตรฐานของทุกคลินิก

ที่ Safe Clinic เราให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาข้อมูลผู้รับบริการ ผลตรวจทุกอย่างถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัย ใช้รหัสแทนชื่อ ไม่เปิดเผยต่อบุคคลที่สาม ทีมแพทย์และพยาบาลเป็นผู้ดูแลข้อมูลโดยตรง

นอกจากนี้ ผู้รับบริการยังสามารถเลือกตรวจแบบ “นิรนาม” (Anonymous Test) สำหรับ HIV หรือโรคติดต่ออื่น ๆ ได้ เพื่อความสบายใจและความเป็นส่วนตัวสูงสุด

เพราะเราเชื่อว่าความลับคือสิทธิ์ของผู้รับบริการทุกคน

เทคนิคการอ่านผลตรวจเลือดเบื้องต้น

ผลตรวจเลือดมักแสดงออกมาเป็นตัวเลข พร้อมค่ามาตรฐาน (Reference Range) การเข้าใจความหมายเบื้องต้นช่วยให้มองเห็นแนวโน้มสุขภาพได้ เช่น

  • น้ำตาลในเลือด (FBS, HbA1c): ถ้าค่าสูงกว่ามาตรฐาน อาจบ่งบอกถึงความเสี่ยงโรคเบาหวาน
  • ไขมันในเลือด (Cholesterol, LDL, HDL, Triglyceride): ค่า LDL หรือไขมันรวมสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ค่าตับ (AST, ALT): หากสูงกว่าปกติ อาจเกี่ยวข้องกับโรคตับหรือตับอักเสบ
  • ค่าไต (Creatinine, BUN): ใช้บ่งบอกการทำงานของไต หากผิดปกติควรตรวจเพิ่มเติม
  • ผลตรวจ HIV: ผล Non-reactive หมายถึงไม่พบเชื้อในเวลาที่ตรวจ แต่ถ้า Reactive ต้องตรวจยืนยันอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การอ่านผลตรวจเลือดต้องอาศัยการตีความจากแพทย์ร่วมด้วย เพื่อเชื่อมโยงค่าต่าง ๆ กับสุขภาพโดยรวมของแต่ละบุคคล

ตรวจเลือด vs การตรวจสุขภาพแบบอื่น

การตรวจสุขภาพมีหลายวิธี แต่ละแบบให้ข้อมูลที่ต่างกัน การตรวจเลือดถือเป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้บ่อยที่สุด และมีความแตกต่างจากการตรวจแบบอื่น เช่น

  • ตรวจร่างกายทั่วไป (Physical exam): แพทย์ใช้การซักประวัติและตรวจร่างกายภายนอก เหมาะสำหรับคัดกรองอาการที่เห็นหรือจับต้องได้ แต่ไม่สามารถบอกค่าภายในร่างกายได้ละเอียดเหมือนตรวจเลือด
  • เอกซเรย์หรืออัลตราซาวด์ (Imaging tests): เหมาะสำหรับดูอวัยวะภายใน โครงสร้างกระดูก หรือตรวจหาก้อนผิดปกติ แต่ไม่สามารถบอกค่าทางชีวเคมีหรือภาวะโรคเรื้อรังบางอย่างได้
  • การตรวจเลือด (Blood test): ใช้เพียงตัวอย่างเลือด แต่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการทำงานของอวัยวะ ค่าความผิดปกติในระบบต่าง ๆ รวมถึงโรคติดเชื้อบางชนิด

ดังนั้น การตรวจเลือดไม่ได้แทนที่วิธีอื่น แต่เป็นส่วนสำคัญที่ใช้ควบคู่กับการตรวจสุขภาพแบบอื่น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนที่สุด

ประสบการณ์จริง/รีวิวผู้รับบริการตรวจเลือด

หลายคนเลือกมาตรวจเลือด ที่ Bangkok Safe Clinic กล่าวไว้ว่า ที่นี่ให้บริการด้วยความเป็นส่วนตัวและใส่ใจ ตั้งแต่ขั้นตอนการนัดหมายจนถึงการรับผลตรวจ

  • สะดวกและไม่ต้องรอนาน: สามารถจองคิวออนไลน์และเข้ารับการตรวจได้ตรงเวลา
  • รู้สึกสบายใจเรื่องความเป็นส่วนตัว: โดยเฉพาะการตรวจโรคติดต่อ ผลตรวจถูกเก็บเป็นความลับอย่างเข้มงวด
  • ได้รับคำอธิบายจากแพทย์โดยตรง: ทำให้เข้าใจผลตรวจชัดเจน และรู้ว่าควรดูแลต่ออย่างไร
  • บรรยากาศคลินิกเป็นกันเอง: ไม่รู้สึกเครียดหรือต้องกังวลเหมือนการไปโรงพยาบาลใหญ่

เหล่านี้สะท้อนว่าการตรวจเลือดไม่ใช่แค่ขั้นตอนทางการแพทย์ แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้รับบริการมั่นใจและดูแลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง

FAQ – คำถามที่พบบ่อยเรื่องตรวจเลือด

ตรวจเลือดเจ็บไหม?
การเจาะเลือดเจ็บเพียงเล็กน้อย คล้ายการถูกเข็มฉีดยา ส่วนใหญ่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย

ตรวจเลือด HIV หลังเสี่ยงกี่วันถึงตรวจเจอ?
ขึ้นอยู่กับวิธีตรวจ ถ้าเป็นการตรวจแบบรุ่นใหม่ (4th Gen) สามารถตรวจเจอได้ตั้งแต่ประมาณ 14 วันหลังเสี่ยง แต่เพื่อความแม่นยำ ควรตรวจซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์

ตรวจเลือดต้องงดอาหารไหม?
ถ้าเป็นการตรวจเบาหวานหรือไขมัน ควรงดอาหาร 8–12 ชั่วโมง แต่สามารถดื่มน้ำเปล่าได้

ตรวจเลือดใช้เวลารู้ผลกี่วัน?
ผลตรวจทั่วไปใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงถึง 1–2 วัน ส่วนการตรวจแบบ Rapid Test สามารถรู้ผลได้ภายใน 15–30 นาที

ตรวจเลือดที่คลินิกปลอดภัยไหม?
คลินิกที่มีมาตรฐานและทีมแพทย์ เช่น Bangkok Safe Clinic ใช้ห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน และเก็บผลตรวจอย่างเป็นความลับ ผู้รับบริการจึงมั่นใจได้ทั้งด้านความถูกต้องและความเป็นส่วนตัว

บทสรุป

การตรวจเลือดไม่เพียงช่วยเช็กสุขภาพประจำปี แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการค้นหาโรคติดต่อและโรคเรื้อรังที่ซ่อนอยู่ การตรวจที่เหมาะสมและการแปลผลโดยแพทย์ช่วยให้คุณได้รับการดูแลตรงจุดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ตรวจเลือดที่ให้ความสำคัญกับ มาตรฐานทางการแพทย์ ความเป็นส่วนตัว และผลตรวจที่รวดเร็ว Bangkok Safe Clinic พร้อมให้บริการตรวจเลือดทั้งด้านสุขภาพและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

นัดตรวจเลือดกับเราได้แล้ววันนี้ เพื่อก้าวแรกของการดูแลสุขภาพที่มั่นใจ

อ้างอิง

  1. World Health Organization (WHO). HIV testing services guidelines (2022)
  2. แนวทางการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (กรมควบคุมโรค) — STIsQSA
  3. Consolidated guidelines on differentiated HIV testing services
  4. National Guidelines on HIV/AIDS Treatment and Prevention 2021/2022 — Thailand (กรมควบคุมโรค) Department of Disease Control
  5. ชุดความรู้สำหรับให้บริการตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง — กรมควบคุมโรค Department of Disease Control
icon email