หูดข้าวสุก (Molluscum Contagiosum) เป็นโรคผิวหนังติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Poxviridae ซึ่งสามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ โรคนี้มีลักษณะเด่นคือการเกิดตุ่มนูนขนาดเล็ก มีรอยบุ๋มตรงกลาง และสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสหรือการใช้ของร่วมกัน แม้หูดข้าวสุกจะไม่เป็นโรคที่คุกคามชีวิต แต่หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง อาจทำให้เชื้อแพร่กระจายไปยังผิวหนังส่วนอื่นหรือแพร่สู่ผู้อื่นได้ง่าย การทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ วิธีวินิจฉัย การรักษา และการป้องกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและควบคุมการแพร่เชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ หูดข้าวสุกคืออะไร? เกิดจากไวรัสอะไร หูดข้าวสุก หรือชื่อทางการแพทย์ว่า Molluscum Contagiosum เป็นโรคผิวหนังติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Poxviridae ซึ่งมีชื่อเฉพาะว่า Molluscum Contagiosum Virus (MCV) โรคนี้สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย แต่พบได้บ่อยในเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เชื้อไวรัสชนิดนี้มีความจำเพาะกับมนุษย์ ติดต่อได้จากการสัมผัสผิวหนังโดยตรงกับรอยโรค หรือจากการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ติดเชื้อ เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า อุปกรณ์ออกกำลังกาย หรือของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ ที่ปนเปื้อนเชื้อ นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ หากรอยโรคอยู่ในบริเวณอวัยวะเพศ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกาย มักติดอยู่เฉพาะในชั้นหนังกำพร้า (epidermis) ไม่ลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด ระยะฟักตัวของโรคอยู่ประมาณ 2…
การตรวจ HIV เป็นวิธีที่ช่วยให้รู้สถานะสุขภาพของตนเองได้อย่างชัดเจน การตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมีความสำคัญ เพราะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการดูแลและรักษาได้ทันเวลา ลดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ และเพิ่มโอกาสใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ในปัจจุบันมีหลายวิธีตรวจที่เข้าถึงง่าย ทั้งการตรวจแบบด่วน การตรวจในห้องแล็บ และการตรวจด้วยตนเองที่บ้าน ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีแตกต่างกัน ผู้ที่มีความเสี่ยงหรือไม่มั่นใจในสุขภาพของตนเองควรพิจารณาตรวจเพื่อความสบายใจและป้องกันในระยะยาว ตรวจ HIV จำเป็นไหม? ใครบ้างที่ควรตรวจ การตรวจ HIV มีความสำคัญเพราะช่วยให้รู้สถานะสุขภาพของตนเองได้เร็ว หากพบเชื้อตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แพทย์สามารถวางแผนการดูแลและรักษาได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น และเพิ่มโอกาสในการใช้ชีวิตได้อย่างปกติ บุคคลที่ควรตรวจ ได้แก่ ผู้ที่มีความเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน คู่สมรสหรือคู่ครองของผู้ติดเชื้อ รวมถึงผู้ที่เคยได้รับเลือดหรืออวัยวะปลูกถ่ายมาก่อน นอกจากนี้ คนทั่วไปที่ไม่แน่ใจในความเสี่ยงของตนเองก็สามารถตรวจได้เพื่อความสบายใจและดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ตรวจ HIV กี่วันรู้ผล หลังเสี่ยงควรตรวจเมื่อไร ระยะเวลาการรู้ผลตรวจ HIV ขึ้นอยู่กับวิธีที่ใช้ตรวจ หากเป็น Rapid Test สามารถทราบผลได้ภายใน 20–30 นาที ขณะที่ การตรวจเลือดในห้องแล็บ อาจใช้เวลา 1–3 วันทำการ เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนยืนยันผลอย่างละเอียด สิ่งสำคัญคือต้องเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังมีความเสี่ยง โดยทั่วไปการตรวจเร็วเกินไปอาจทำให้ผลไม่แม่นยำ แพทย์มักแนะนำให้ตรวจครั้งแรกหลังเสี่ยงอย่างน้อย 2–4…
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “หนองใน” แต่ไม่แน่ใจว่าหมายถึงโรคอะไร และทำไมถึงมีทั้ง “หนองในแท้” และ “หนองในเทียม” ซึ่งมักทำให้สับสนเพราะมีอาการคล้ายกัน เช่น ปัสสาวะแสบหรือมีหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะ บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจว่า หนองในแท้และหนองในเทียมคืออะไร แตกต่างกันตรงไหน อาการที่ควรรู้ วิธีตรวจวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงวิธีป้องกัน เพื่อช่วยให้คุณแยกความแตกต่างได้ง่ายขึ้นและรู้ว่าควรทำอย่างไรหากสงสัยว่าตนเองติดเชื้อ หนองในคืออะไร ทำไมถึงแบ่งเป็น “แท้” และ “เทียม”? หนองใน (Urethritis) คือภาวะการอักเสบของท่อปัสสาวะที่เกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections: STI) โดยมีอาการหลักคือ มีหนองหรือน้ำขุ่นไหลออกจากท่อปัสสาวะร่วมกับอาการปัสสาวะแสบขัด โรคหนองในแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ หนองในแท้ (Gonorrhea) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae หนองในเทียม (Non-gonococcal Urethritis: NGU หรือ Chlamydia) เกิดจากเชื้ออื่น เช่น Chlamydia trachomatis, Mycoplasma genitalium, Ureaplasma urealyticum…
STD โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ชื่อทางการ “Sexually Transmitted Diseases” คือกลุ่มโรคที่สามารถแพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทางปาก หรือทางทวารหนัก แม้ในบางครั้งผู้ที่ติดเชื้อจะไม่มีอาการ แต่ก็สามารถแพร่เชื้อต่อไปได้โดยไม่รู้ตัว ในปัจจุบัน STD กลับมาเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ต้องจับตา โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การไม่ใช้ถุงยางอนามัย หรือมีคู่นอนหลายคนโดยไม่ตรวจสุขภาพทางเพศ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ STD ว่าคืออะไร มีกี่ชนิด โรคไหนบ้างที่พบบ่อย วิธีการป้องกัน รวมถึงเหตุผลว่าทำไม “การตรวจสุขภาพทางเพศ” ถึงไม่ควรเป็นเรื่องที่ถูกละเลยอีกต่อไป STD หรือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คืออะไร? STD โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือกลุ่มโรคที่เกิดจากการติดเชื้อซึ่งสามารถถ่ายทอดผ่านกิจกรรมทางเพศ ทั้งการสอดใส่ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย หรือไม่ได้รับการป้องกันอย่างเหมาะสม นอกจากการมีเพศสัมพันธ์โดยตรงแล้ว STD บางชนิดยังสามารถติดต่อผ่านทางเลือด สารคัดหลั่ง หรือจากแม่สู่ลูกระหว่างการตั้งครรภ์หรือคลอดบุตรได้อีกด้วย ผู้ที่ติดเชื้ออาจมีอาการหรือไม่มีอาการใดๆ เลย ซึ่งทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่ากำลังแพร่เชื้อให้ผู้อื่นอยู่ กลุ่มโรคที่จัดอยู่ใน STD มีหลายประเภท ซึ่งบางโรคสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่บางชนิดอาจฝังตัวในร่างกายตลอดชีวิต STD มีกี่โรค? แบ่งตามเชื้อได้กี่กลุ่ม…
ยาต้านไวรัส HIV คืออะไร รวมทุกอย่างที่คุณต้องรู้เอาไว้ที่นี้แล้ว
โรคเอดส์ และ เชื้อไวรัส hiv คืออะไร ความจริง ที่คุณต้องรู้ โดย คุณหมอ สุขภาพทางเพศ
เดินทางโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส(ฺBTS)มาลงที่สถานี อโศก ใช้ทางออก 5 เข้ามาที่ตึกไทมส์ สแควร์ ถึงแล้ววว คลินิกอยู่ซ้ายมือครับ
เดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน(MRT)มาลงที่สถานี สุขุมวิท ใช้ทางออก 3 เพื่อไปยัง สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส(BTS) อโศก เลี้ยวขวาบนสถานีรถไฟฟ้า ชิดซ้าย เดินตามทางออก 5 ถึงแล้วววว